เครื่องจักรที่ทรงประสิทธิภาพ.

กลุ่มผู้ขาย( เครื่องจักร “ มุมมองของผู้เขียน”)ที่ทรงประสิทธิภาพในการกระจาย สินค้าตรงถึงหัวบันใดบ้านทุกชุมชน ยังผลพวงของธุรกิจชุมชนระดับรากหญ้าและมีเงินหมุนมากทีสุดในแต่ละวัน รวมถึงสินค้าที่เสียงต่อการเน่าเสียตรงถึงผู้ซื้อเร็วที่สุด สดที่สุดและขายไวที่สุด ปีๆหนึ่งหากมีการวิจัยอาจมีตัวเลขทะลุหลักหลายหมื่นล้านบาททีเดียว ผลพวงของการซื้อขายระดับนี้ทำให้ผู้ผลิตขนาดเล็กๆ ที่พอจะมีหน่อสัก 4-5 หน่อ มีผัก 5-6 กำ( มัด) มีขนมที่ทำกินพอเหลือที่จะขายได้ สัก 6-7 ถุงหรือของอีกร้อยแปด ก็จะสามารถมารวมกันในตะกร้าผู้รับสินค้าไปขายกระจายสู่ชุมชนเป้าหมาย คือผู้ซื้อตามบ้านเรือน (ที่ยุคนี้น้ำมันแพงจะออกบ้านไปตลาดก็ต้องจ่ายเพิ่มค่าเดินทางอีก) ดังเราจะเห็นว่าบ้างก็มีสินค้าแขวนขายเต็มรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง บ้างก็มีสินค้าไม่มากพอขายแต่ละวันขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ที่จะเอาไปขาย (ผู้เขียน.. อยากจะเห็นทางหน่วยงานภาคการเงินเล็งเห็น เครื่องจักรทรงประสิทธิภาพนี้ โดยให้พวกเขามีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยที่ไม่ต้องมาติดบ่วงการก็ยืมเงินนอกระบบที่มีปัญหา )
“ห่วงโซ่”ผมมีความเชื่ออยู่อย่างคือถ้าการหมุนทุกสิ่งอย่างเป็นห่วงโซ่หรือวงจรที่สัมพันธ์กันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยังประโยชน์เหมือนกันมากน้อยตามขึ้นอยู่แต่ละส่วน ที่สัมพันธ์ เราท่านคงอยากเห็นบ้านเราเมืองเรายู่ดีกินดี “พอเพียง”กันทั่วหน้าอยู่แล้ว และมันคือความสุข....
“.. มาจากดิน และ คืนสู่ดิน.... เรา...ท่าน!ไม่วิเศษหรอก”
Eco-sufficiency.

ตลาดเคลื่อนที่ ( Market Share Distribution )

บทความนี้จะพักเรื่องของยายรัตน์ สักพักก่อน จะนำบทความอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก ผมดูมีทุกที่ทุกชุมชนจะมีพวกเขาคอยบริการให้จับจ่ายซื้อกันถึง หัวบันไดบ้านเลยที่เดียวครับ บทความนี้จะเอาตัวอย่างที่ใกล้ตัวผมก็แล้วกันครับ ก่อนจะเข้าเรื่องจะเล่าที่มาของต้นแบบก่อนครับ เมื่อครั้ง ผมยังละอ่อนอยู่ก็ราว30กว่าปีได้ครับ จุดเริ่มเกิดจาก ชายคนหนึ่งบ้านพี่เขาห่างจากบ้านผมไปราว4-5หมู่บ้าน สมัยนั้นมอเตอร์ยังน้อยครับ รถยนต์ยิ่งแล้วใหญ่ไม่ค่อยมีน้ำมันลิตรละ3บาทเอง วันหนึ่งผมเล่นอยู่หน้าก็ได้ยินเสียงแปลกมาแต่ไกลเป็นจังหวะดี เสียงดังประมาณนี้ “ แป๋ม..แป๋ม“ มาแต่ไกลและก็ใกล้เขามาเรื่อย“ แป๋ม..แป๋ม“ ผมก็ตั้งตาคอยดูมันเสียงอะไร พอมาถึงที่พอเห็นตัวแล้วก็พบ ชายคนหนึ่งขับรถมอเตอร์ไซค์มีล้อพ่วงมัดติดท้ายรถ และข้างในท้ายรถมีของขายเต็มไปหมดมีเกือบทุกอย่างเหมือนที่ตลาดสดมีครับ ผมก็เห็นแกทุกวันตั้งแต่นั้นมาพร้อมได้ยินสัญญาณ“ แป๋ม..แป๋ม“ เป็นยุคแรกๆเลยก็ว่าได้ แกทำอยู่หลายปีก็ไม่เห็นมีใคร ก๊อปปี้วิธีการขายของแก เช้าก็มารับซื้อของที่ตลาดรวบรวมพอดี แล้วก็ขับรถช้าๆห่างจากตลาดพอประมาณก็บี สัญญาณ“ แป๋ม..แป๋ม“ ร้านขายของรถจักรยาน มอเตอร์ไซค์ ทีวี ตู้เย็นสมัยนั้นยังไม่มีการขายเงินผ่อนด้วยซ้ำครับ เดลิเวอรรี่ไม่มีใครเคยได้ยินคำนี้แน่นอน ผ่านมาหลายปีถึงมีการขายเงินผ่อนกันและเริ่มมีร้านค้าใหญ่นำพวกเชลล์แมนมาขายของตามบ้านเอา แคตตาล๊อก มาดูและเสนอขายกัน นี้ครับคือที่มาของการขายของ“ แป๋ม..แป๋ม“ทีมีไอ้ตัวบีบลมให้สัญญาณว่ามีของมาขายถึงหัวบันไดบ้านครับ แหล่งที่มาของการรวมสินค้าก็คือตลาด ทุกสิ่งอย่างจะรวมอยู่ที่นั่นใครมีอะไรจะขายก็เอาไป แต่จะขายอย่างให้ขายดีและหมดไวต้องมาว่ากันที่การขายและการกระจายสู่ผู้ซื้อละครับ มันก็เลยมีวิธีการขายกระจายแบบที่ว่านี้เพิ่มมากขึ้น จะเป็นแบบแห้งแบบสด หรือสำเร็จรูปอย่างไร เราจะตามไปดูกัน ทุกๆเช้าผมจะเห็นแม่ค้าเอารถมอเตอร์ไซค์ ที่มีพ่วงข้างๆ และ มีตะกร้าใบใหญ่ติดท้ายรถติดถังแช่บรรจุน้ำแข็งมารับเอาของไปขายเพื่อขายในรอบสายจนถึงเย็น บ้างก็ มารับของสายๆ ซึ่งเป็นรอบการขายอีกรอบคือมารับแล้วกระจายการขายในช่วงบ่ายๆถึงเย็นค่ำๆครับ ในตะกร้าใบใหญ่หรือในที่ล้อพ่วงข้างรถมีอะไรมากมายเยอะแยะหมดครับ อาหารการกินทั้งนั้นวางสับสนปนกันไปและก็มีถังแช่ที่มีขายจำพวกของสดเป็นเนื้อ ไก่-หมู-ปลา-ของทะเลสด-ลูกชิ้น-ไส้กรอก-ยาคู-เห็ดเข็มทอง-ผักบางชนิดที่ต้องการความเย็นบ้างนม กาแฟเย็น อะไรที่ไม่ทนอุณหภูมิร้อนครับต้องแช่ไว้เดี๋ยวไปถึงที่ลูกค้าจะซื้อจะได้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นเพราะยังคงความสดไว้ได้มากพอสมควร ส่วนผักบางชนิดที่อยู่ปกติได้ก็แพ็คถุงแขวนไว้ ของสด ผลไม้และของแห้งบางอย่างที่ไม่ต้องแช่ก็แขวนไว้ ทั้งของทะเล หรือน้ำจืด จากภูเขาบ้างขนมารวมในรถคันที่นี้หมดครับ ไม่เป็นระเบียบครับแต่ก็แฝงด้วยศิลปะครับให้มันลานตาพลิกเลือกไปตามใจชอบ ขนม อีกมากมายกายกอง ผมเชื่อว่าเราท่านคงเป็นลูกค้าท่านเหล่านั้นกันอยู่นะครับ โอกาสหน้าเราจะมาเจาะลึกพร้อมนำภาพวีถีชีวิต ของท่านเหล่านั้นมาให้ทราบกันแบบสังเขปต่อไปครับ
Eco.11
Sufficiency

หน่อไม้ ( Seedling Trees )

วันที่ผ่านมาผมได้แวะไปที่แปลงผักยายรัตน์เห็นต้นไผ่กินหน่อปลูกอยู่ดูก็ ราว 10 ต้นอยู่แปลงท่านบอกพึ่งปลูกซื้อต้นกล้ามาต้นละ 50 บาทเอาเงินจากที่รัฐให้เป็นค่าครองชีพผู้สูงอายุไปซื้อมา หมดไป 500 บาท ท่านบอกว่าปลูกไปได้ไม่ถึง 2 เดือนหน่อขึ้นมาเต็มเลยท่านบอกยังไม่ตัดกิน จะเอาทำพันธุ์ก่อน ตอนนี้หน้าฝนหาหน่อกินง่ายเพาะพันธุ์ปลูกเพิ่มตรงขอบๆรั่วเอาไว้ตัดหน่อช่วงหน้าแล้ง สวนเราติดน้ำให้น้ำ จะมีหน่อมากในช่วงหน้าแล้ง และหน่อในธรรมชาติจะไม่มีตอนนั้นตัดกินอร่อยมากกว่า และ ถ้ามีหน่อมากเหลือกินก็ตัดขาย ได้ราคาดีด้วยและที่สำคัญดูแลดีๆ ตัดกินยาวนานหลายปีที่เดียว เห็นไหมละครับ ทำอะไรแล้วถ้ามันยาวนานและผู้บริโภคนิยมกันมันดีสุดๆเลย อย่าบอกนะว่าคุณไม่เคยกินหน่อไม้ คิดดูถ้าตัดมาสดแล้วเอาทำปรุงอาหารมัน จะรสชาตดี จะหวานแค่ไหนครับ พูดแล้วต้องตำน้ำพริก กะปิรอเลยนะครับ เนี่ย ต้นไผ่พันธุ์อะไรผมไม่ทราบขอมูลเลยเหมือนกันครับ ต้นไม่สูงมากไม่มีหนามลำต้นไม่ใหญ่ราวเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วโดยประมาณครับให้ผลผลิตสูงมากครับ ให้น้ำให้ปุ๋ยดีไม่เลือกเวลาออกหน่อครับ ออกตลอด ตอนหน้าแล้งผมเห็นคนที่เขาปลูกแล้วต้มมาขายที่ตลาด กำละ 15-20 บาทเลยครับ มีกำสักประมาณ 5-6 หน่อครับถ้าต้นใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วเห็นมัดมี 4 ต้นเองครับ 15 บาทก็ตกราวต้นละ 3 บาทกว่าๆเลยไม่ธรรมดานะครับ ไอ้เรื่องโรคไม่เห็นมาทำให้เป็นปัญหาครับ ปรอดสาร 100 เปอร์เซ็นต์ครับ น่าสนใจนะครับ และที่สำคัญอีกอย่างบ้าน ร่มเรื่อยดีครับ สนใจลองหาข้อมูลเพิ่มนะครับ สำหรับไผ่หม๋าจู ไม่แนะนำสำหรับพื้นที่น้อยครับ และลำต้นมันมีอะไรที่ทำให้คัน ด้วยครับถึงแม้หน่อจะหวานอร่อย แต่ปลูก กินเนื้อที่มากทรงพุ่มกว้างมาก แต่ไผ่ที่ผมพูดถึงปลูกเมตร x เมตรนี่พอดีเลยครับ แล้วเจอกันในบทความใหม่นะครับ
Eco.10
Sufficiency
games Affection'|games Affection forum|ExtenderView Think Say|Sling Bag Blog|coff4|asia heal|bookings Hotel|borabora|2eu satellite|Motorcycles|Thai Mon|eco sufficiency