เปลี่ยนหน้าบ้านให้คึกคัก

ปัจจุบันหากเราต้องทำงานนอกบ้านสิ่งที่ทุกคนไม่ได้ใส่ใจมากนักคือค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปที่ทำงาน บวกลบคูณหาร แล้วเดือนหนึ่ง ก็ปาเข้าไปมากอยู่ วันนี้ผมจะมาคุยเรื่องกับคุณที่ชอบอยู่กับบ้านแล้วมันมาทำอะไรแก้เบื่อและได้ตังค์กันดีกว่า เรามาแปลงสภาพหน้าบ้านเราให้เป็น ร้านค้าที่ทำเงินขึ้นมา โดยที่ไม่มีค่าเช่าที่ต้องเสียรายเดือนครับ ด้วยการจัดให้เป็นมุมหรือที่วางขายของเล็กๆกันผมมีตัวอย่างครับ ตรงที่เห็นนี้จะเริ่มการขายของหน้าบ้านที่รถวิ่งผ่านไปผ่านมา( จะว่าไปคือสร้างกับดักเงินครับ)แล้วมีคนเหลียวมองแวะเวียนมาใช้บริการ ก็พื้นๆครับขายที่คนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง จะซื้อกินที่ร้านเลยหรือหิ้วกลับบ้านก็ได้ ที่นี้เขาเริ่มที่ส้มตำก่อนครับมีโต๊ะให้นั่งสักชุดหรือสองชุดก็พอดีครับ แต่จุดที่หน้าสนใจคือ ตัวที่่พ่วงจากส้มตำครับว่ามีอะไรมาเกี่ยวข้องบ้าง จากส้มตำ-ก็ตามมาด้วยประเภทน้ำครับ แก้เผ็ด ชาเย็น น้ำปั่นหลากรส กาแฟร้อน-เย็น-ชานม-น้ำแข็งใส-ขนมปังปิ้ง และตรงนี้เขาขายเสือผ้าด้วยครับจะมือสองหรือใหม่ก็ได้ครับ มันทำเงินได้ทั้งนั้นเลยครับ วันหนึ่งก็หลายร้อยบาทครับ สำคัญคือคุณต้องทำการบ้านหน่อยครับ ต้องทำส้มตำที่อร่อยครับและสินค้าที่จะขายตัวอื่นด้วย ต้องทำการเทสสักหน่อยครับ มาครั้งแรกแล้วครั้งต่อไปนึกยากกินขึ้นมาจะมาที่นี้แน่นอน ไปกินที่อื่นแล้วอาจสู้ที่นี้ไม่ได้ ประมาณนี้.... อะไรก็แล้วแต่ครับถ้าความเหมือนที่แตกต่างมันเกิดจะมีข้อเปรียบเทียบตลอด โดยเฉพาะนักกินจะหลอกเขาไม่ได้ครับ เขากินทุกวันเขารู้ และก็ทำอย่างพอดี หรือ( พอเพียง )ครับอย่าเกินมาตรฐานครับขายอะไรก็แค่พอดี ทำให้สะอาดน่ากินและอร่อย ทุกอย่างมันไม่ยากครับ สำหรับมนุษย์ ทำไม่ยาก สิ่งที่ยากคือ "การตัดสินใจ" ที่ทำครับ ยากที่สุด ความกลัว ความกังวน ต่างๆมันเป็นนิสัยพื้นฐานของมนุษย์ แต่สำหรับผม ความกลัวไม่มีในโลก จะมีก็แต่พฤติขลาดกลัวแค่นั้นครับที่พอจะเห็นตัวตนของมันได้...หวัดดีครับ.
eco-sufficiency.

เครื่องจักรที่ทรงประสิทธิภาพ.

กลุ่มผู้ขาย( เครื่องจักร “ มุมมองของผู้เขียน”)ที่ทรงประสิทธิภาพในการกระจาย สินค้าตรงถึงหัวบันใดบ้านทุกชุมชน ยังผลพวงของธุรกิจชุมชนระดับรากหญ้าและมีเงินหมุนมากทีสุดในแต่ละวัน รวมถึงสินค้าที่เสียงต่อการเน่าเสียตรงถึงผู้ซื้อเร็วที่สุด สดที่สุดและขายไวที่สุด ปีๆหนึ่งหากมีการวิจัยอาจมีตัวเลขทะลุหลักหลายหมื่นล้านบาททีเดียว ผลพวงของการซื้อขายระดับนี้ทำให้ผู้ผลิตขนาดเล็กๆ ที่พอจะมีหน่อสัก 4-5 หน่อ มีผัก 5-6 กำ( มัด) มีขนมที่ทำกินพอเหลือที่จะขายได้ สัก 6-7 ถุงหรือของอีกร้อยแปด ก็จะสามารถมารวมกันในตะกร้าผู้รับสินค้าไปขายกระจายสู่ชุมชนเป้าหมาย คือผู้ซื้อตามบ้านเรือน (ที่ยุคนี้น้ำมันแพงจะออกบ้านไปตลาดก็ต้องจ่ายเพิ่มค่าเดินทางอีก) ดังเราจะเห็นว่าบ้างก็มีสินค้าแขวนขายเต็มรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง บ้างก็มีสินค้าไม่มากพอขายแต่ละวันขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ที่จะเอาไปขาย (ผู้เขียน.. อยากจะเห็นทางหน่วยงานภาคการเงินเล็งเห็น เครื่องจักรทรงประสิทธิภาพนี้ โดยให้พวกเขามีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยที่ไม่ต้องมาติดบ่วงการก็ยืมเงินนอกระบบที่มีปัญหา )
“ห่วงโซ่”ผมมีความเชื่ออยู่อย่างคือถ้าการหมุนทุกสิ่งอย่างเป็นห่วงโซ่หรือวงจรที่สัมพันธ์กันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยังประโยชน์เหมือนกันมากน้อยตามขึ้นอยู่แต่ละส่วน ที่สัมพันธ์ เราท่านคงอยากเห็นบ้านเราเมืองเรายู่ดีกินดี “พอเพียง”กันทั่วหน้าอยู่แล้ว และมันคือความสุข....
“.. มาจากดิน และ คืนสู่ดิน.... เรา...ท่าน!ไม่วิเศษหรอก”
Eco-sufficiency.

ตลาดเคลื่อนที่ ( Market Share Distribution )

บทความนี้จะพักเรื่องของยายรัตน์ สักพักก่อน จะนำบทความอาชีพหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก ผมดูมีทุกที่ทุกชุมชนจะมีพวกเขาคอยบริการให้จับจ่ายซื้อกันถึง หัวบันไดบ้านเลยที่เดียวครับ บทความนี้จะเอาตัวอย่างที่ใกล้ตัวผมก็แล้วกันครับ ก่อนจะเข้าเรื่องจะเล่าที่มาของต้นแบบก่อนครับ เมื่อครั้ง ผมยังละอ่อนอยู่ก็ราว30กว่าปีได้ครับ จุดเริ่มเกิดจาก ชายคนหนึ่งบ้านพี่เขาห่างจากบ้านผมไปราว4-5หมู่บ้าน สมัยนั้นมอเตอร์ยังน้อยครับ รถยนต์ยิ่งแล้วใหญ่ไม่ค่อยมีน้ำมันลิตรละ3บาทเอง วันหนึ่งผมเล่นอยู่หน้าก็ได้ยินเสียงแปลกมาแต่ไกลเป็นจังหวะดี เสียงดังประมาณนี้ “ แป๋ม..แป๋ม“ มาแต่ไกลและก็ใกล้เขามาเรื่อย“ แป๋ม..แป๋ม“ ผมก็ตั้งตาคอยดูมันเสียงอะไร พอมาถึงที่พอเห็นตัวแล้วก็พบ ชายคนหนึ่งขับรถมอเตอร์ไซค์มีล้อพ่วงมัดติดท้ายรถ และข้างในท้ายรถมีของขายเต็มไปหมดมีเกือบทุกอย่างเหมือนที่ตลาดสดมีครับ ผมก็เห็นแกทุกวันตั้งแต่นั้นมาพร้อมได้ยินสัญญาณ“ แป๋ม..แป๋ม“ เป็นยุคแรกๆเลยก็ว่าได้ แกทำอยู่หลายปีก็ไม่เห็นมีใคร ก๊อปปี้วิธีการขายของแก เช้าก็มารับซื้อของที่ตลาดรวบรวมพอดี แล้วก็ขับรถช้าๆห่างจากตลาดพอประมาณก็บี สัญญาณ“ แป๋ม..แป๋ม“ ร้านขายของรถจักรยาน มอเตอร์ไซค์ ทีวี ตู้เย็นสมัยนั้นยังไม่มีการขายเงินผ่อนด้วยซ้ำครับ เดลิเวอรรี่ไม่มีใครเคยได้ยินคำนี้แน่นอน ผ่านมาหลายปีถึงมีการขายเงินผ่อนกันและเริ่มมีร้านค้าใหญ่นำพวกเชลล์แมนมาขายของตามบ้านเอา แคตตาล๊อก มาดูและเสนอขายกัน นี้ครับคือที่มาของการขายของ“ แป๋ม..แป๋ม“ทีมีไอ้ตัวบีบลมให้สัญญาณว่ามีของมาขายถึงหัวบันไดบ้านครับ แหล่งที่มาของการรวมสินค้าก็คือตลาด ทุกสิ่งอย่างจะรวมอยู่ที่นั่นใครมีอะไรจะขายก็เอาไป แต่จะขายอย่างให้ขายดีและหมดไวต้องมาว่ากันที่การขายและการกระจายสู่ผู้ซื้อละครับ มันก็เลยมีวิธีการขายกระจายแบบที่ว่านี้เพิ่มมากขึ้น จะเป็นแบบแห้งแบบสด หรือสำเร็จรูปอย่างไร เราจะตามไปดูกัน ทุกๆเช้าผมจะเห็นแม่ค้าเอารถมอเตอร์ไซค์ ที่มีพ่วงข้างๆ และ มีตะกร้าใบใหญ่ติดท้ายรถติดถังแช่บรรจุน้ำแข็งมารับเอาของไปขายเพื่อขายในรอบสายจนถึงเย็น บ้างก็ มารับของสายๆ ซึ่งเป็นรอบการขายอีกรอบคือมารับแล้วกระจายการขายในช่วงบ่ายๆถึงเย็นค่ำๆครับ ในตะกร้าใบใหญ่หรือในที่ล้อพ่วงข้างรถมีอะไรมากมายเยอะแยะหมดครับ อาหารการกินทั้งนั้นวางสับสนปนกันไปและก็มีถังแช่ที่มีขายจำพวกของสดเป็นเนื้อ ไก่-หมู-ปลา-ของทะเลสด-ลูกชิ้น-ไส้กรอก-ยาคู-เห็ดเข็มทอง-ผักบางชนิดที่ต้องการความเย็นบ้างนม กาแฟเย็น อะไรที่ไม่ทนอุณหภูมิร้อนครับต้องแช่ไว้เดี๋ยวไปถึงที่ลูกค้าจะซื้อจะได้ตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นเพราะยังคงความสดไว้ได้มากพอสมควร ส่วนผักบางชนิดที่อยู่ปกติได้ก็แพ็คถุงแขวนไว้ ของสด ผลไม้และของแห้งบางอย่างที่ไม่ต้องแช่ก็แขวนไว้ ทั้งของทะเล หรือน้ำจืด จากภูเขาบ้างขนมารวมในรถคันที่นี้หมดครับ ไม่เป็นระเบียบครับแต่ก็แฝงด้วยศิลปะครับให้มันลานตาพลิกเลือกไปตามใจชอบ ขนม อีกมากมายกายกอง ผมเชื่อว่าเราท่านคงเป็นลูกค้าท่านเหล่านั้นกันอยู่นะครับ โอกาสหน้าเราจะมาเจาะลึกพร้อมนำภาพวีถีชีวิต ของท่านเหล่านั้นมาให้ทราบกันแบบสังเขปต่อไปครับ
Eco.11
Sufficiency
games Affection'|games Affection forum|ExtenderView Think Say|Sling Bag Blog|coff4|asia heal|bookings Hotel|borabora|2eu satellite|Motorcycles|Thai Mon|eco sufficiency